[RiMi] Let's Run For Love ,,
posted on 19 Jul 2009 20:24 by stang-coolLet’s run for love
วิ่งเพื่อรัก
(“ซอนมี!”)
ทันทีที่รับสายเสียงห้าวเข้มของปลายสายก็เข้าทำลายโสตประสาทหูทันที โชคดีที่ตอนนี้อาจารย์ปาร์คจินยองออกไปชงกาแฟ ไม่งั้นฉันอ่วมอรทัยแน่ๆ
(“นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว เลยเวลามาตั้งสิบห้านาทีแล้วนะ! ป่านนี้เธอไปมุดหัวอยู่ไหนเนี่ย หา!!”)
อ๋อย... เสียงอันดังทำให้ฉันต้องรีบเอาโทรศัพท์ออกห่างหู เสียงปลายสายที่กำลังโมโหโกรธาอยู่นั้น คือ ‘ควอนจียง’ อาจารย์วิชาพละและเป็นถึงอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมกรีฑา ผู้มีอารมณ์ร้อน ดุ เด็ด เผ็ด โหดเหมือนลูกผสมระหว่างเสือและมังกร =_=^ไม่มีใครอยากทำให้อาจารย์คนนี้โกรธหรอก แต่ในกรณีนี้มันเลี่ยงไม่ได้นี่นา...
(“เงียบไปทำไม ไม่รู้รึไงว่าสัปดาห์หน้าจะมีการแข่งขันระดับประเทศและเธอก็เป็นตัวแทนของโรงเรียนต้องซ้อมกับกว่าคนอื่นเป็น 2 เท่า!”)
“ค่ะ... หนูทราบค่ะ แต่... มันจำเป็นจริงๆ นี่คะ...”
(“จำเป็นอะไรของเธอ! ยังมีอะไรจำเป็นกว่าการสู้เพื่อโรงเรียนอีก!!”)
โอ๊ยยย! หูจะแตกแล้วนะ ครูควอนจะตะโกนให้ได้อะไรขึ้นมากันเนี่ย ขี้โมโห ขี้โวยวายชะมัด ใครได้เป็นแฟนเนี่ยซวยตายชัก
“โธ่ ครูคะ ตอนนี้หนู...”
แกร๊ก!
มีเสียงประตูเปิด ฉันสะดุ้งสุดตัวมือที่ถือโทรศัพท์อยู่เกือบร่วง เมื่อใครคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมถ้วยกาแฟ
อาจารย์ปาร์คจินยอง!! ลุงผักมาแล้ววว >O<
“ซอนมี” เขาส่งเสียงเรียก แต่ฉันตีหน้าเรียบพลางคุยโทรศัพท์ต่อไป
“ค่ะแม่ ค่ะๆ ค่ะ ตกลงค่ะ”
“อ้อ... คุยกับแม่เองรึ”
“ค่ะ... แม่ไม่ต้องรอนะคะ ค่ะ ได้ค่ะ แล้วเจอกันค่ะ”
(“เฮ้ยย! นี่มันมุกตลกอะไรของเนี่ยซอนมี! ฉันไม่ใช่แม่ซัก...”)
ติ๊ด!
ฉันรีบกดตัดสายก่อนจะหันไปยิ้มแหยๆ ให้อาจารย์ปาร์คจินยอง
“แฮ่ๆ แม่โทรมาน่ะค่ะ ^^; อาจารย์เรียกหนูมีอะไรรึเปล่าคะ?”
“เปล่าหรอก ก็แค่อยากบอกว่าถ้าเธอจะกลับบ้าน ช่วยเอาการบ้านไปส่งที่ห้องธุรการให้ฉันด้วย”
“หา... =O=;;”
“ขอบใจ” ชายวัยกลางคนพูดตัดบทโดยไม่ฟังอะไรทั้งนั้นและออกจากเดินออกจากห้องไป ทิ้งสาวน้อยนามว่าซอนมีไว้กับเอกสารกองโตที่เธอต้องสะสาง
08.00 pm
ในที่สุดฉันก็ทำงานเสร็จ ไม่ใช่ง่ายๆ เลยนะ ฉันรีบเก็บของสะพายกระเป๋าก่อนจะแบกการบ้านกองโต เฮ้ออ~ คิดๆ แล้วเซ็ง ทำไมชีวิตเด็กสาวม.ปลายธรรมด๊าธรรมดาของฉันถึงได้น่าเบื่อหน่ายเยี่ยงนี้นะ ลืมส่งการบ้านเป็นกิจวัตร จนถูกลงโทษหนักด้วยการให้มาจัดเรียงเอกสารทั้งหมดให้ตามลำดับพจนานุกรมใหม่ทั้งหมด แล้วเอกสารแต่ละเล่มปึ้กก็ฝุ่นเครอะทั้งนั้น จบงานนี้ต้องเป็นภูมิแพ้แน่ๆ เลยฉัน กระซิกๆ U_U
โอ๊ะ! สองทุ่มแล้ว ต้องรีบหน่อยแล้ว >< อย่างน้อยขอวิ่งรอบสนามซักรอบก็ดี
ฉันรีบสาวเท้าลงบันไดโดยในมือมีการบ้านกองเท่าภูเขาอยู่ ฉันเป็นหนึ่งในนักกีฬาชมรมกรีฑาของโรงเรียนและฉันก็ชอบวิ่งมาก เพราะทุกครั้งที่ออกตัววิ่ง ความรู้สึกที่สายลมพัดผ่านใบหน้าไปให้ความรู้สึกสดชื่น และฉันก็เป็นนักกรีฑาดีเด่นของโรงเรียนด้วยเชียวนา ภูมิใจนำเสนอเลย อิอิ
ตึงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!
“เฮ้ยยยยยยย OoO! คนข้างหน้าน่ะ หลบปายยยย!!”
“เอ๋ O__o?”
ปึ้กกก!
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด~”
โครม!!
เมื่อถูกบุรุษคนใดไม่รู้พุ่งเข้าชนหลังอย่างแรงเหมือนกระทิงขวิดผ้าแดง ร่างเล็กถลาไปข้างหน้า นะ... นี่ฉันกำลังจะเอาหน้าโหม่งบันได O[]o!
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!”
หมับ!!
ชายคนนั้นพยายามช่วยฉันไว้ แต่การพยายามนั้นดูจะสูญเปล่า เพราะสิ่งที่เขาคว้าไว้เพื่อจะช่วยชีวิตฉันคือชายเสื้อคลุม แทนที่จะเป็นอวัยวะอื่นๆ แถมมือนั้นยังจับไว้ไม่มั่น ร่างของฉันจึงตกลงไปอย่างสวยงามตามพร้อมกับกลิ้งหลุนๆ เป็นลูกขนุนเป็นสเต็ปตามขั้นบันไดด้วยท่าอันพิลึกลั่น
โครม! โครม! โครม! โครม! โครม!
หลังจากไม่กี่วินาที... ฉันก็นอนพับอยู่ที่บันไดชั้นล่างสุดแล้ว
“นาย!! อ๊ากกกกก เจ็บๆๆๆ” ฉันพยายามลุกขึ้นแต่ก็ล้มลงไปอีก ฉันจึงหันไปมองหน้าชายคนนั้นอย่างเอาเรื่องทันที “นายทำบ้าอะไรของนาย! ไม่เห็นรึไงว่ามีสาวน้อยน่ารักกำลังลงบันได แล้วนายทำอะไรกัน!? วิ่งชนฉันเนี่ยนะ อ๊ากกกกก เจ็บโว้ย!”
“เธอเป็นอะไรรึเปล่า” ชายคนนั้นรีบวิ่งลงบันไดมาดูอาการของฉัน
“ไม่! ฉันสบายดี ฉันไม่เป็นอะไร ไม่เป็นอะไรเล้ยยย~” พูดจาเหน็บแหนมขนาดนี้ยังคิดว่าฉันสบายก็ควายแล้วเฟ้ย! ฉันเตรียมพ่นคำด่ากราดใส่หน้าไอ้บ้านั่นไม่ยั้ง และยิ่งรู้ว่าเขาคือใครแล้ว... ยิ่งอยากด่าให้มันลืมทางกลับบ้านไปเลย!
ไอ้บ้าหน้ามืดตามัวที่วิ่งชนฉันก็คือ ‘ลีซึงฮยอน’ หรือทุกคนเรียกเขาว่า ‘ซึงริ’ เป็นเด็กเรียนอันดับหนึ่งของห้อง แค่เห็นหน้าครั้งแรกก็หมั่นไส้เขาสุดๆ แล้ว
หนอย! อย่างนี้มันน่านัก!
“ขอโทษนะซอนมี พอดีฉันรีบน่ะ”
“ใครถามนายกันยะ! ที่นายควรจะบอกคือจะพาฉันไปส่งโรงพยาบาลเมื่อไหร่ จะจ่ายค่าเสียเสียหายให้ฉันเท่าไหร่ และค่าทำขวัญด้วย...”
กร๊อบ!
จู่ๆ ความรู้สึกแล่นแปล๊บที่ข้อเท้าก็เกิดขึ้น มันเจ็บมากฉันร้องโอดโอยโหยหวน
“กรี๊ดดดดดดดดด~ เจ็บ~ เจ็บบบบบบบ! แม่จ๋า~ หนูเจ็บ TOT แงๆๆๆ แล้วนายยังยืนบื้ออะไรอยู่ฟะ! รีบมาช่วยฉันไปโรงพยาบาลทีเซ่ กรี๊ดดดดดดดด!”
นายซึงริเขยิบเข้ามาใกล้ฉันด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ เขายื่นมือมาข้างหน้า หนอย... ไอ้บ้า! เจ็บแบบนี้ฉันลุกไม่ขึ้นหรอกเว้ย
“นายต้องอุ้มฉันสิ อุ้มมม! รู้จักมั้ยว่าอุ้มน่ะ!”
“อะ... เอ่อ... เธอท่าทางตัวหนักออก ฉันกลัวแขนหัก”
“กรี๊ดดดดดดดดดดด นั่นปากนายเรอะ T[]T!”
“อ...อุ้ม อุ้มก็ได้ อุ้มก็อุ้ม” จากนั้นเขาก็รวบตัวฉันขึ้นทันที ก่อนจะรีบวิ่งไปที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
แต่ไอ้บ้าเอ๊ยยย! นี่นายเรียกมันว่าอุ้มเหรอ! แถวบ้านฉันมันเรียกว่าแบกข้าวสารมากกว่านะ T_T กรี๊ดดด~ เลือดลงหัวหมดแล้ว~
โรงพยาบาล ‘ลิงยังเซ็ง’
“ข้อเท้าพลิก... กระดูกเคลื่อน” คุณหมอชุดขาวหน้าตาท่าทางใจดีผู้มัดใจทุกคนด้วยรอยยิ้มใช้ปากกาจิ้มไปที่แผ่นเอ็กซ์เรย์ขาวดำที่มีรูปร่างเหมือนตีนเป็ด
“อะไรนะคะ OoO!”
“อย่างที่คุณได้ยินแหละ แล้วคุณไปทำอะไรมาครับ”
“โดนคนชั่วผลักตกบันไดค่ะ!” ฉันกระทแกเสียงประชดกระชันพลางส่งสายตาอาฆาตไปให้คนที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ (ฉันบังคับให้เขาอยู่รอและไปส่งฉันกลับบ้าน)
“งั้นเดี๋ยวหมอสั่งยาให้ละกันนะครับ อ้อ แล้วก็ช่วงนี้พยายามอย่าใช้เท้าหักโหมมากนะครับ เพราะอาการจะแย่ลงอีก”
“แต่ฉันต้องลงแข่งกรีฑาระดับประเทศสัปดาห์หน้านะ!”
“เอ้อ... คงต้องเลื่อนล่ะครับ”
“เลื่อนไม่ได้นะ!!!” ไม่งั้นครูควอนต้องสวดฉันยับแน่ โอ๊ยย! นายซึงรินะนายซึงริ เพราะนายแท้ๆ ฉันชะตาขาดแน่ แล้วยังหมอไร้จรรยาบรรณนี่อีก พูดมาได้ว่าต้องเลื่อน มันเป็นแมทช์สำคัญในชีวิตฉันเลยนะ ไอ้หมอ... หมอ... หมอ ‘คังแดซอง’! ไอ้หมอไร้ความรับผิดชอบ ฉันขอแช่งให้เป็นสังฆัง T^T!
“คุณหมอคะ ฉันจะกลับมาวิ่งได้อีกเมื่อไหร่!?”
“ประมาณอีกสองสัปดาห์ให้หลังครับ”
“สองสัปดาห์!?!?”
“ครับ... แต่ถ้าทำตามที่หมอบอก กินยาให้ครบ มีคนดูแลอย่างใกล้ชิด นวดข้อเท้าจับเส้นทุกวัน ก็จะสามารถใช้เท้าได้ภายในห้าหกวันครับ”
“ห้าหกวัน...” ยังพอมีเวลา ถ้ามีคนดูแล... ใช่! นายซึงริไง นายนั่นทำให้ฉันต้องเป็นแบบนี้ หมอนั่นต้องรับผิดชอบ!
“งั้นฉันลาล่ะค่ะ” ฉันรีบลุกขึ้นเพื่อจะไปรับยา แต่แล้ว... ความรู้สึกระแคะระคายฟุดฟิดๆ ในโพรงจมูกทำให้ฉัน...
“ฮะ... ฮะ... ฮัด... ฮัด... ชิ้ววว >O”
“OoO!!”
อึ๋ย... แสบจมูกชะมัด หวาาา หน้าหมอเต็มไปด้วยน้ำมูกน้ำลายของฉันด้วยง่ะ
คุณหมอ (สัง) คังใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดคราบสกปรกออกช้าๆ พลางพูดลอดไรฟัน
“คุณเป็นภูมิแพ้หรือ (วะ) ครับ =_=^”
“เปล่าค่ะ ฉันแพ้ฝุ่นน่ะค่ะ ^^; งั้นลานะคะ”
“เดี๋ยว! ช่วงนี้โรคไข้หวัดใหญ่ 2009 กำลังแพร่ระบาด ทางเราจำเป็นต้องกักตัวคุณไว้นะครับ”
“หา!!!”
“โปรดเข้าใจเราด้วย เฮ้ย! จับเธอไว้!!”
หมับ!
สิ้นเสียงไอ้คุณหมอสังคัง ชายในชุดดำใส่หน้ากากและอุปกรณ์ป้องกันครบเซ็ตก็เข้ามาล็อคแขนฉันไว้ทั้งสองข้าง!
“กรี๊ดดดดดดดดดดดด ปล่อยฉันเถอะ จะพาฉันไปไหน อ๊ากกกก~! นายซึงรี๊! เพราะนายคนเดียว!! อย่าหนีไปไหนนะยะ ฉันจะกลับมาล้างแค้นนาย ย้ากกกกกกกกก~”
หนุ่มน้อยหน้าหวานนั่งก้มหน้ารับความผิด เขาไม่คิดจะหนีด้วยซ้ำแต่กลับรู้สึกแย่มากกว่าเพราะซอนมีดูเจ็บปวดมากจากการที่เธอถูกลากไปเดินกะเผลกๆ ไป (แม้ว่าเธอจะแค้นเขาขนาดจะล้างโคตรเลยทีเดียว) ซึงริเคยเห็นซอนมีซ้อมวิ่งครั้งหนึ่ง เธอพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่นและมีความสุข ดูก็รู้ว่าเธอรักการวิ่งมากเพียงใด เมื่อเธอชนะในการแข่งขันต่างๆ ใบหน้าเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขสันต์ ไม่ใช่สุขใจที่ได้ถือถ้วยรางวัล แต่สุขใจที่ได้วิ่งต่างหาก
...แล้วเขาก็คงผิดมากที่ขัดขวางไม่ให้เธอได้ทำสิ่งที่รัก
โธ่! ไม่น่ารีบวิ่งลงบันไดเล๊ยยย~!
แกร๊ก
“อ้าว คุณ...” คุณหมอคังเปิดประตูห้องตรวจออกมาเห็นซึงรินั่งอยู่จึงทุก หนุ่มหน้อยพยักหน้าเป็นการตอบพลางยิ้มแห้งๆ
“ยังไม่กลับเหรอครับ?”
“ยังครับ ผมยังกลับไม่ได้หรอก จนกว่าจะได้รู้ว่าเธอปลอดภัย”
“เธอ...? อ๋อ หมายถึงเด็กสาวขี้วีนนั่นหรือ ฮ่ะๆ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ เราแค่ตรวจเฉยๆ ถ้าเธอไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงก็กลับบ้านได้”
“เหรอครับ!?” ซึงริโพล่งถาม อาการเศร้าซึมเมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้งเมื่อรู้ว่าซอนมีปลอดภัย คุณหมอคังพยักหน้ายิ้มๆ แทนคำตอบ ท่าทางของหนุ่มน้อยเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าจนคุณหมออดถามไม่ได้
“ดูคุณห่วงเธอจังนะครับ เป็นแฟนกันเหรอ?”
“เปล่าหรอกครับ... ผมเป็นคนดูแลคุณหนูซอนมีต่างหาก ^^”
อีกด้านหนึ่ง...
“หนูซอนมี บ้านอยู่ไหนจ๊ะ ^^”
“อยู่ในโลก =O=! ปล่อยฉันนะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรซักนิดทำไมต้องจับฉันนอนบนเตียงนี่ด้วย!”
ร่างเล็กของฉันดิ้นขลุกขลักอยู่บนเตียงสีเขียวอื๋อลายกบตาโตเคโรโระ บุรุษพยาบาลสองคนจับแขนฉันกดไว้ จากนั้นก็มียัยหมอเป็นป้าแก่ๆ เอาไฟฉายมาส่องปากส่องตาส่องหูจนฉันมึน +O+~
“แล้วที่บ้านทำงานอะไรจ๊ะ”
“เอี๊ยงอัด (เลี้ยงสัตว์)” ยัยหมอนั่นแหย่อะไรก็ไม่รู้เข้าปากฉันแล้วทำเป็นชวนคุย ชิ! มุขหลอกเด็กใช้กับซอนมีไม่ได้หรอกย่ะ
“สัตว์เหรอ... สัตว์อะไรจ๊ะ” นี่หล่อนจะถามให้ได้อะไรขึ้นมายะ!
แต่เอ... ยัยป้านี่หาว่าฉันเป็นไข้หวัด 2009 เพราะงั้นเพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินต้องตอบว่า...
“เอี๊ยงอู๋อ่ะ ^O^ (เลี้ยงหมูค่ะ)”
ฮ่าๆๆๆ ทีนี้ก็ไม่มีใครทำอะไรฉันได้แล้ว เอ๋... ทำไมยัยป้าทำหน้าเหวออย่างนั้นล่ะ
“หมูเหรอ OoO;” หล่อนถามอย่างตกใจและเอาของที่แหย่ปากฉันออกทันที ทำให้ฉันพูดได้สะดวก
“ใช่ค่ะ บ้านหนูน่ะ มีหมูเป็นร้อยๆ ตัวเล๊ยยย~ แต่ไม่มีไก่ซักตัว เพราะแม่หนูแอนตี้สัตว์ปีกค่ะ โฮะๆ”
“หมูเหรอ!? นี่พวกนายพาสาวน้อยคนนี้ไปตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะซะให้ว่อง! อ้อ!! อย่าลืมขึ้นหยั่งขาด้วยล่ะ เราต้องตรวจภายในให้หมดทุกซอกทุกมุม”
“หยั่งขา!?”
ไอ้เครื่องนี้น่ะมันเอาไว้ใช้ในสูตินารีไม่ใช่เรอะ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับหวัด 2009
หมับ!
กรี๊ดดดดดดดดดดด บุรุษพยายามคู่เดิมกระชากฉันลงจากเตียงกบเคโรโระพลางลากเข้าไปอีกห้องเพื่อ... เพื่อ... หยั่งขา TOT!
แง้~ มันเกิดอะไรกันขึ้น ฉันพูดอะไรผิดอ่ะ ไข้หวัด 2009 มันติดต่อจากไก่และสัตว์ปีกไม่ใช่เร๊ออ~ หมูมันมีปีกที่ไหนล่ะฟะ (นั่นมันไข้หวัดนกตั้งแต่ปี 2006 แล้วเจ๊ -_-^) กรี๊ดดดด! นี่ฉันจะต้องหยั่งขาจริงๆ ใช่ม้ายยย ไม่น้า!!
10.00 pm.
ตอนนี้ฉันมาอยู่ในห้องผู้ป่วยแล้ว โชคดีที่รอดจากเครื่องหยั่งขามาได้ U_U; ผลการตรวจบ่งบอกว่าฉันมีไข้ แต่ไม่ใช่ไข้ 2009 ที่ฉันเข้าใจผิดว่าเป็นหวัดนกแน่นอน แต่กว่ายัยหมอนั่นจะเก็ทฉันก็เสียเลือดไปหลายลิตรแล้ว UoU โฮฮ ช่วงนี้ประจำเดือนมาซะด้วย ต้องการธาตุเหล็กโดยด่วน!
“เธอต้องเข้าโรงพยาบาล... เพราะฉัน... เพราะฉัน... ขอโทษ... ขอโทษ...” อีตาซึงรินี่ก็อีกคน พึมพำพร่ำเพ้อซ้ำไปซ้ำมาเหมือนคนบ้าตั้งแต่ตอนที่ฉันบอกให้หมอนี่เฝ้าไข้ฉันจนกว่าจะออกจากโรงพยาบาลและจนกว่าจะวิ่งได้เหมือนเดิมหมอนี่ก็เอาแต่พูดซ้ำๆ อย่างนี้ตลอด
“รู้อย่างนี้นายก็ต้องคอยดูแลฉันจนกว่าฉันจะหายเป็นปกติสิ! รู้มั้ย? เพราะนายเกือบทำให้ฉันต้องขึ้นหยั่งขา! มันน่าอับอายจะตายควายชัก!”
“ฉันขอโทษ... ฉันขอโทษ... ขอโทษ...”
เฮ้ออ~ พูดกับหมอนี่แล้วเหนื่อยใจ =*= ช่างเป็นผู้ชายที่อ่อนไหวซะจริง
“นายซึงริ ฉันหิวแล้ว ไปซื้อของข้างล่างมาให้หน่อยสิ”
“ได้เลย เธอจะกินอะไร”
“แกงส้มชะอมเป็ด ผัดเผ็ดอึ่งอ่างคางคกตกสะเก็ด เม็ดแมงลักย่างเกลือ เสือร้องไห้เผาตะพาบ @$%@$%^@##”
“โอเค... รอก่อนนะ เดี๋ยวฉันซื้อมาให้”
เฮ้ย! จำได้ด้วยเหรอวะ =O=! แต่ฉันไม่ได้อยากกินอย่างนั้นจริงๆ ซะหน่อย แค่อยากแกล้งนายเฉยๆ กลับมาก๊อนนน!
ปัง!
นายซึงริออกจากห้องไปแล้ว U_U และไม่นานนักเขาก็กลับมาพร้อมกับ... ถุงอาหารเต็มสองมือ!
โอ้วมายด็อกกก! หมอนี่มันบ้าจี้เชื่อด้วยเหรอเนี่ย! ควายส่งมาเกิดชัดๆ
นายซึงริเทอาหารทั้งหมดใส่จานก่อนจะนำมาเสิร์ฟให้ฉันถึงเตียง
“ฉันป้อนให้นะ” เขาตักแกงส้มชะอมเป็ดอาหารรสเด็ดของเมืองไทยที่ดูก็รู้ว่าเผ็ดเหลือหลายมาจ่อหน้าปากฉัน “อ้าปากสิ”
“ฉะ... ฉันลืมบอกนายไปว่าฉันไม่กินเผ็ด! เพราะงั้นเอาหารไทยรสจัดทุกอย่างที่นายซื้อมาทิ้งให้หมด!”
“เอางั้นก็ได้” แล้วเขาก็ทิ้งทุกอย่างลงถังขยะจริงๆ!
“จะบ้ารึเปล่า! เสียดายเงินออก นั่นเป็นหมื่นๆ วอนเลยนะน่ะ!”
“ก็เธอบอกให้ทิ้ง”
“นายก็เลยทิ้งงั้นเหรอ!? ประสาทดีอยู่รึเปล่า!! อยู่ดีไม่ว่าดีให้ฉันผลาญเงินนายเล่นเนี่ยนะ”
“...ฉันรวย...”
ตอบหน้าตาเฉยได้หน้าด้านมากๆ!
“คนไม่รู้เรื่อง! ฉันไม่คุยกับนายแล้ว >O<”
“สี่ทุ่มแล้ว” ซึงริพูด “เธอไปนอนพักผ่อนได้แล้วเดี๋ยวแผลไม่หาย”
“ไม่... ฉันไม่นอน!” ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยนะโว้ยย TOT
“ไม่ได้ เธอต้องนอน”
“ม่ายยยยยยย >O”
“ซอนมี” ซึงพูดอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ “ขอร้องล่ะ อย่าทำให้ฉันรู้สึกผิดไปมากกว่านี้เลย”
“...” ฉันเงียบไปนิดนึง แต่ก็แค่นิดนึงเท่านั้นแหละ “อยากร้องก็ร้องไปเลย! ฉันไม่สนหรอกฮึ่ย! อย่าหวังว่าฉันจะทำตาม เพราะนั่นเป็นได้แค่ฝัน!”
“ฮึก... ฮือ...”
เสียงอะไรน่ะ O__o!?
“ฮือออ... ฮือๆๆๆ แงๆๆๆๆๆๆ TT^TT!”
“เฮ้ย! นี่นายร้องไห้จริงๆ เหรอเนี่ย!!” ไม่อยากจะเชื่อเลย!
ควับ!
นายซึงริโผเข้ากอดฉันที่ได้แต่อึ้งตะลึงช็อคเขย่าโลก =[]=
“ฮือๆๆๆ... ทำไมเรื่องบ้าๆ แบบนี้ต้องเกิดขึ้นด้วย ฉันทำให้เธอเจ็บ... ฉันทำให้เธอหมดอนาคต... ฉันทำให้เธอเกือบขึ้นหยั่งขา ฉันทำร้ายเธอต่างๆ นานาเหตุคือความสะเพร่าซุ่มซ่ามวิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือของฉันเอง... ฮึกๆ และจากนั้นปัญหาก็เกิดขึ้นมาตามมา เธอตกบันได เธอเข้าโรงพยาบาล เธอผลาญเงินฉันไปสองหมื่นวอน รู้มั้ยว่าเงินมันหายากขนาดไหน ฮือๆๆๆ TT.,TT”
“=O=” ไหนหมอนี่บอกว่าบ้านรวยไง แล้วดูสิ พล่ามมาเป็นชุด หมดอนาคตเหรอ อย่างกับหมอนี่ทำฉันท้องงั้นแหละ แล้วไอ้เรื่องขึ้นหยั่งขานี่จะขุดมาทำม๊ายยย~
“นี่นายซึงริ! พล่ามอะไรของนาย! แล้วก็เอาแขนที่รัดฉันอยู่ออกไปนะ!”
“...”
“นี่นาย!!”
“...คร่อก... ฟี้...”
“OoO!!” หละ... หลับไปแล้วเหรอ! เป็นไปได้ยังไง!? พระเจ้า! ลูกไม่เข้าใจนิสัยเขาเลยย TOT
แล้วคิดไงมาหลับท่านี้เนี่ย!
โอ๊ยย! ฉันอยากตาย!!
ตึก... ตึก... ตึก... ตึก...
เสียง... หัวใจ? ของใครกันน่ะ ฉัน? หรือของเขา...
ไม่รู้ล่ะ... ไม่ว่าของใครก็ตาม แต่มันเต้นแรงเหลือเกิน...
อา... ความรู้สึกแปลกๆ นี่มันอะไรกันน่ะ...?
หลายวันต่อมา...
ฉันยังคงจิกใช้นายซึงริแบบไม่บันยะบันยัง =_= แต่การตอบสนองของหมอนั่นทำให้ฉันปวดหัว ผู้ชายคนนี้มีอะไรที่ขัดแย้งในตัวเองจริงๆ สินะ โอ๊ยยย ซอนมีปวดเฮดด T^T
“คราวนี้นายต้องช่วยพยุงฉัน ห้ามปล่อยให้ฉันล้มหัวทิ่มเด็ดขาดนะ!”
“อือๆ”
“อย่ารับปากส่งๆ สิ! นี่มันชีวิตฉันเลยน้า TOT!”
“อืมมม”
ขณะนี้ฉันกับนายซึงริออกมาเปลี่ยนบรรยากาศตรงลานโล่งที่ไม่ค่อยมีคนด้านหลังโรงพยาบาลลิงยังเซ็ง (อย่าว่าแต่ลิงเลย คนก็เซ็ง -_-^ ฉันอยู่นี่โดยมีนายซึงริคอยดูแลแบบบ้าๆ บวมๆ มาสี่ห้าวันแล้ว ก็ยังเดินไม่คล่องซักที T_T อย่าบอกนะว่าหมอสังคังแตหลอ) หลังจากที่หมอนั่นพยายามฝึกให้ฉันกลับมาวิ่งให้ได้จนหัวคะมำไปหลายสิบรอบ
ฉันเลยต้องอยู่โรงพยาบาลนานขึ้นเพราะแผลเต็มตัวไปหมด แง้ ไม่คุ้มเลยนะ T^T
ฮึบ... ฮึบๆ
เขากำลังค่อยๆ โอบไหล่ฉันและพาก้าวไปข้างหน้า ข้อเท้าฉันดีขึ้นแล้ว เพราะนายนั่นนวดให้ทุกวัน แต่มันก็ยังเจ็บแปลบๆ อยู่
โครม!
“ว้ายยย >O<”
ล้มแล้ว ล้มอีกแล้ว! หน้าแหกแน่ TOT!
หมับ!!
นายซึงริคว้าเอวฉันไว้ แทนที่ฉันจะล้มไปนอนบนพื้นอย่างสง่างามคนเดียว นายนั่นเลยล้มลงไปเป็นเพื่อนฉันด้วย โอ๊ย จุกเป็นบ้า!
“โอ๊ยยย แล้วอย่างนี้ฉันจะได้วิ่งอีกเมื่อไหร่เนี่ย T^T ครูควอนด่ายับแน่ ดีนะที่ปิดเครื่องหนีก่อน แล้วพ่อแม่ก็ไปต่างจังหวัด ต่อให้ไปตามที่บ้านก็คงไม่เจอ... แต่ถ้าเกิดว่าบังเอิญครูควอนมาเจอฉันที่นี่ล่ะ โอ๊ยๆๆๆ เครียดๆๆๆ แล้วนายลุกได้แล้วช่วยจับฉันบ้างได้มั้ย บนพื้นนี่จะมีงูรึเปล่าก็ไม่รู้ ฉันไม่อยากนอนโรงพยาบาลเบิ้ลอีกสองคืนนะ”
“ซอนมี...”
“อะไร!”
นายซึงริทำตาโตและชี้มาข้างหลังฉัน
“งะ... งู... งู!!”
“งูเหรอ O_O! กรี๊ดดดดดดดดดดดดด~” อ๊ากกก ฉันเกลียดงู! โกยแน่บไม่คิดชีวิตก่อนเว้ย!
ตึกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
“ซึงริ! มันไปรึยัง >O”
“...”
ตึกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
“นี่นายซึงริ!!”
“ซอนมี...”
“อะไรเล่า!!”
“ฉันแตหลอ”
“หา =O=!!”
ตึกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
“แต่... เธอก็วิ่งได้แล้วนี่”
โอ๊ะ! เอ๊ะ! อุ๊! เอ๊าะ! แบบว่าพึ่งนึกออก ฉันกำลังวิ่งอยู่นี่นา กรี๊ดดดดดดดดด >O<~ แจ๋ว! นี่ฉันวิ่งได้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย เอาเหอะ ถึงหมอนั่นจะโกหกแตหลอตอแหลก็ไม่เป็นไร อภัยให้ได้ ฮ่าๆๆๆๆๆ
แล้วฉันก็วิ่งรอบโรงพยาบาลเป็นสิบๆ รอบในวันนั้น
พอวิ่งจนหนำใจ ฉันก็รีบพุ่งปรู๊ดไปหาหมอสังคังเพื่อให้หมอดึงสายน้ำเกลือและเอาผ้าก๊อซออก จากนั้นก็ออกจากโรงพยาบาลโดยค่ารักษาทั้งหมดตกให้เป็นหน้าที่ของนายซึงริไป (บอกว่ารวยนี่ ชิ!) ฉันขึ้นรถเมล์ไปโรงเรียนในชุดโรงพยาบาลสีเขียว แน่นอนว่าตกเป็นเป้าสายตามากมายทีเดียว แต่ฉันไม่สนอะไรนอกจากจะไปหาครูควอนให้เร็วที่สุด
และแล้วก็มาถึงโรงเรียนจนได้!
ฉันรีบลงจากรถเมล์ ก่อนจะวิ่งเร็วที่สุดในชีวิตเข้าไปในโรงเรียน ในเวลาช่วงเย็นๆ แบบนี้ ถ้าครูควอนไม่ติดธุระ เขาจะเทรนนักกีฬากรีฑาและอาจมีฟุตบอล บาสเก็ตบอล หรือกีฬาอื่นๆ ด้วยเพราะครูควอนเป็นเลิศด้านกีฬาทุกชนิด
ฉันวิ่งมาถึงที่สนามวิ่งแต่ไม่มีใครอยู่เลย เอ... ครูควอนหายไปไหนนะ หรือว่าจะอยู่ในห้องแต่งตัว...?
“แบร่!”
“โอ๊ย ครูอ่ะ ตกใจหมด!”
“ฮ่าๆ ฉันชอบเวลาเธอตกใจชะมัด”
“ครูอ่า -^-”
อ๊ะ! เสียงครูควอนนี่ ดังมาจากห้องแต่งตัวจริงๆ ซะด้วย แล้วนั่นมีเสียงผู้หญิงด้วย แต่ในห้องแต่งตัวชายเนี่ยนะ! ใครกันน่ะ? ว่าแล้วก็แอบแง้มๆ ประตูดูดีกว่า >w<
แอ๊ดด~ (พยายามระวังไม่ให้เกิดเสียง)
เฮ้ยยย! นั่นมันมินซอนเย เด็กเรียบร้อยที่หัวทื่อๆ นี่นา มาทำอะไรกับครูควอนในห้องแต่งตัวสองต่อสองน่ะ >__“แล้วครูเรียกฉันมาเนี่ย มีอะไรเหรอ?”
“เลิกเรียกครูซะที นี่เธอคิดจะเป็นนักเรียนของฉันไปตลอดเลยรึไง?”
“ก็... ถ้าเรียกว่าจียงเฉยๆ กลัวว่าจะติดปากจนเผลอพูดต่อหน้าคนที่โรงเรียน มันดูแปลกมั้ยล่ะคะที่นักเรียนจะเรียกชื่อครูเลย”
“เฮ้อออ~ ทำไมเธอต้องแคร์คนพวกนั้นด้วย”
“ก็ครูบอกเองนี่นาว่าให้เก็บเรื่องที่เราคบกันเป็นความลับ”
คบ-กัน!! OoO!!!!
“ก็ได้ๆ งั้นจะให้ฉันเรียกว่าอะไรล่ะ”
“จีดี้ (-_-///)”
“O.O”
“มังกรน้อย (-_-////)”
“O_o”
“หมวยยง (-_-/////)”
“OoO!”
“หรือจะเรียกว่า ‘จีดี้ดาร์ลิ้งค์ก็ได้’ (-_-/////////)”
“OoO!!”
“มันดูน่ารักดี =////////=”
โฮกกกกกกกก! อะไรทำให้ครูควอนเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ อย่าบอกนะว่าเขาเขินอายจนหน้าแดงเถือกต่อหน้ายัยมินซอนเย แต่ก็นะ... ถึงจะไม่อยากยอมรับเท่าไหร่ก็เหอะ ยัยนั่นดูสดใส สวยสมวัยขึ้นเลยทีเดียวเชียวล่ะ
“อาหมวยจี... ชื่อนี้ดีมั้ย ><” ฉันได้ยินเสียงเริงร่าของยัยมินซอนเย ก่อนที่อาจารย์ควอนจะ... จะ... ดึงตัวเธอไปประกบริมฝีปากก =[]=!!!
“ซอนมี”
“กรี๊ดดดดดดดดด!” นายซึงริ! โผล่มาจากไหนฟะ!
“เสียงอะไรน่ะ” มินซอนเยรีบผลักอาจารย์ควอนจียงออกทันที พลางหันดูรอบๆ ฉันเลยยืนหลังหันให้ ตอนนี้ฉันเลยประจันหน้ากับนายซึงริพอดิบพอดี
หนอย... นายบ้านี่! ทำแผนแตกหมด T^T!
“ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ!” อาจารย์ควอนพูดเสียงดังอย่างอารมณ์เสียและเขาก็กำลังเดินกระแทกเท้า... มาทางนี้! แย่แล้ววว!! ศพไม่สวยแน่ช้านนน~
หมับ!!
“>3<”
“OoO!”
ด้วยความบ้าบออะไรก็ไม่รู้เข้าสิง ทำให้ฉันกระชากตัวนายซึงริมาประทับจูบอย่างรวดเร็ว หมอนั่นเบิกตากว้างแต่ไม่ได้ขัดขืนอะไร ตอนนี้ฉันรู้สึกได้... ว่าอาจารย์ควอนจียงกำลังยืนอึ้งอยู่ข้างหลังฉัน
“=O=;”
“ใครเหรอคะจียง... อุ๊ย”
“...”
“...”
“เปล่า... ไม่มีอะไรหรอกเยนนี่ ก็... ก็แค่คนบ้าจูบกัน =///=”
คนบ้า!! อ๊ากกกก ฉันไม่ได้บ้านะคะ ฉันแค่ใส่ชุดโรงพยาบาล ทำไมต้องหาว่าบ้าด้วยเล่า T^T!
“แล้วทำไมต้องหน้าแดงด้วยล่ะอาหมวยน้อย หืมม~”
“นี่เธอจะแกล้งฉันใช่มั้ยเนี่ย =O=// ป่ะๆ เข้าไปข้างใน ฉันจะได้ล็อคประตูห้องบ้าง”
“อ๊ะๆ จะทำอะไรฉันน่ะ >’’< อย่าคิดอะไรลามกนะ!”
“บ้ารึเปล่า ฉันแค่จะ...”
เสียงทั้งคู่ค่อยๆ ไกลลับออกไป
ปัง!
ประตูปิดลง ฉันรอซักพักเพื่อความแน่ใจ... ก็จะดันตัวนายซึงริออก
“=O=…”
ดูท่าทางเขายังช็อคอยู่ T_T
“นาย... นายมาหาฉันทำไม”
กว่าจะได้รับคำตอบจากชายตรงหน้า เข็มวินาทีก็เดินครบสามรอบ
“ฉันก็แค่ตามเธอมาเอายามาให้” เขาชูถุงใส่ยาเป็นตันๆ ขึ้น “หมอคังบอกว่าเธอยังวิ่งไม่ได้ การใช้ข้อเท้าหนักๆ ในช่วงที่ยังไม่หายดีอาจทำให้เธอต้องตัดเท้าทิ้งได้เลย”
“งะ... งั้นฉันก็ไม่ได้ลงแข่งน่ะสิ!”
“อะ... อืม =///=”
บ้าเอ๊ยยย! ทำไมนายต้องหน้าแดงด้วยนะ เพราะนายหน้าแดงทำให้ฉันหน้าแดงไปด้วยเลย นายซึงริแหงนหน้ามองบนฟ้าซ่อนใบหน้าแดงๆ ของเขา ฉันเลยต้องซ่อนแก้มแดงเถือกของฉันบ้างโดยการมองพื้น เราทั้งคู่คงจะเทียบหน้ากันไม่ติดไปอีกสามวันเต็มๆ เลยล่ะ
“อ๊ะ!ระวัง!!” จู่ๆ นายซึงริก็ผลักฉันล้มลงไป จากนั้นไม่กี่วินาที ถังน้ำสีเงินก็ลอยละลิ่วลงมา
ป๊องงง!
เฉียดฉันไปนิดเดียวเท่านั้น T.T
“นี่! ใครโยนถังน้ำลงมา รู้มั้ยว่าข้างล่างมีคนอยู่!” นายซึงริตะโกนขึ้นไป
“อ๊ะ โทษที พอดีมองไม่เห็น -_-“ เสียงเข้มๆ ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นของผู้หญิงตอบกลับลงมา ฉันจำเสียงนั้นได้ทันที เธอคือ ‘คิมยูบิน’ ! สาวฮอตร้อนแรงที่สุดในโรงเรียน เธอชะโงกหน้าสวยๆ มาทางหน้าต่างบนชั้นหก
“เธอไม่เป็นไรนะ” นายซึงริยื่นมือมาให้ฉันจับ ฉันค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบากเพราะก้นจ้ำเบ้า แล้ว...
กร๊อบ!
เฮือกกก! เสียงอะไร!? อย่าบอกนะว่า...
“ข้อเท้า... เคล็ดอีกแล้วเหรอ =O=;;” นายซึงริเหงื่อตก ฉันพิงกำแพงไว้พร้อมกับเงยหน้ามาช้าๆ แววตาอาฆาตฉาบอยู่บนใบหน้าฉัน...
“นาย...! นายต้องตายยยยยยยยยยยยยยยยย!!!”
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~”
The [Happy ?] End [ing]
_______________________________
อ่านแล้ว... เม้นต์พลีสส สสส >O<